ส่วนที่ 1
เช็คอิน
(1 min)
ให้ผู้เข้าร่วมและวิทยากรทุกคนเช็คอิน
Or six.zume.training/checkin and use code: 5678
อธิษฐาน
(5 min)
เริ่มต้นด้วยการอธิษฐาน การมองเห็นทางจิตวิญญาณและการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช้เวลาเป็นกลุ่มเพื่อเชิญพระองค์ให้นำทางคุณตลอดส่วนนี้
ภาพรวม
(1 min)
ในส่วนนี้เราจะได้ยินและหารือเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้:
และเราจะเพิ่มเครื่องมือเหล่านี้ลงในชุดเครื่องมือของเรา:
- พระเจ้าทรงใช้คนธรรมดา
- คำจำกัดความง่าย ๆ ของสาวกและคริสตจักร
- การหายใจฝ่ายวิญญาณคือการได้ยินและเชื่อฟังพระเจ้า
- การอ่านพระคัมภีร์แบบ S.O.A.P.S.
- กลุ่มความรับผิดชอบ
READ
(5 min)
พระเจ้าทรงใช้คนธรรมดา
ยินดีต้อนรับสู่การอบรมซูเม่ - ซูเม่ในภาษากรีก แปลว่า "ยีสต์"
พระเยซูบอกเราว่าอาณาจักรของพระเจ้าเปรียบเหมือน "ซูเม่" จำนวนนิดเดียวซึ่งผู้หญิงเอาไปผสมในแป้งกองใหญ่
ขณะที่เธอผสมยีสต์ลงในแป้ง มันแพร่ไปทั่วจนกระทั่งแป้งทั้งก้อนฟูขึ้น
พระเยซูกำลังสำแดงแก่เราว่าคนธรรมดาคนหนึ่งสามารถนำบางอย่างเล็ก ๆ และใช้มัน ทำให้เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่ได้!
ความฝันของเราคือการทำในสิ่งที่พระเยซูบอก - นั่นคือช่วยคนธรรมดาที่อยู่รอบโลก ให้ใช้เครื่องมือเล็ก ๆ เพื่อสร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ในอาณาจักรของพระเจ้า!
พระบัญชาสุดท้ายของพระเยซูที่ทรงมีต่อสาวกนั้นเรียบง่าย พระองค์ตรัสว่า -
"ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุฉะนั้น เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเรา ได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค"
พระบัญชาของพระเยซูนั้นเรียบง่าย - จงไปสร้างสาวก
และคำสั่งของพระองค์ว่าจะทำสิ่งนั้นได้อย่างไรก็เรียบง่าย-- สร้างสาวกไม่ว่าคุณจะไปที่ใด
- สร้างสาวกด้วยการให้บัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
- สร้างสาวกโดยการสอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเยซูบัญชาไว้
ดังนั้น ขั้นตอนการสร้างสาวกมีอะไรบ้าง?
- เราสร้างสาวกอยู่ตลอดเวลา - ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนและในเวลาที่เราไป
- เมื่อใครคนหนึ่งตัดสินใจติดตามพระเยซู - พวกเขาควรรับบัพติศมา
- ขณะที่พวกเขาเติบโต - เราควรสอนสาวกทุกคนว่าจะเชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเยซู สอนได้อย่างไร
เนื่องจากสิ่งหนึ่งที่พระองค์บัญชาไว้ก็คือการไปสร้างสาวก นั่นหมายถึงสาวกทุกคน ที่ติดตามพระเยซูจะต้องเรียนรู้วิธีออกไปสร้างสาวกด้วย
ผู้เชื่อในพระเจ้ากำลังสร้างสาวก และผู้เชื่อใหม่ก็กำลังสร้างสาวกด้วยเช่นกัน
เพิ่มจำนวนสาวก นั่นคือวิธีทำงานของซูเม่
เหมือนกับยีสต์ - ที่ทำงานกับแป้งทั้งก้อนจนกระทั่งแป้งก้อนนั้นฟูขึ้นมา
เมื่อพระเยซูทรงบัญชาให้ออกไปสร้างสาวก พระองค์ทรงให้พระสัญญาไว้ด้วยเช่นกัน
พระเยซูตรัสว่า - เราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค
ผู้ติดตามพระเยซูทุกคนควรเชื่อมั่นในพระสัญญานี้ว่าพระองค์จะอยู่กับเราเสมอ เพราะพระองค์ทรงอยู่กับเรา!
แต่นั่นหมายถึงผู้ติดตามพระเยซูควรตั้งมั่นกับข้อเท็จจริงที่ว่าพระเยซูต้องการให้เรา แต่ละคนออกไปสร้างสาวกด้วย เพราะนั่นคือสิ่งที่พระองค์ต้องการ
พระเยซูตรัสว่า - สิทธิอำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์และในแผ่นดินโลกทรงมอบไว้แก่เราแล้ว ดังนั้นจงไปสร้างสาวก
สิทธิอำนาจที่พระเยซูทรงใช้เมื่อทรงส่งเราออกไปนั้น - คือสิทธิอำนาจของพระองค์
พระเยซูตรัสว่าไม่มีสิทธิอำนาจใดยิ่งใหญ่กว่านั้น ไม่มีประเพณีใดมีสิทธิอำนาจมากกว่านั้น ไม่มีวัฒนธรรมใดมีสิทธิอำนาจมากกว่านั้น ไม่มีกฎบัญญัติใดในโลกมีสิทธิอำนาจมากกว่านั้น
พระเยซูตรัสว่า - จงออกไปและสร้างสาวก
และเช่นเดียวกับซูเม่ - เหมือนกับยีสต์ - เราจะทำต่อไปและเติบโตจนกว่างานทุกอย่างจะเสร็จสิ้น
หารือ
(10 min)
- ถ้าพระเยซูตั้งใจให้สาวกของพระองค์ทุกคนเชื่อฟังพันธกิจสำคัญของพระองค์ เหตุใดจึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สร้างสาวกได้สำเร็จ?
READ
(5 min)
สาวกและคริสตจักร
ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การอบรมซูเม่ ในบทเรียนนี้ เราจะพูดถึงเรื่องสาวกและคริสตจักร
สาวกคืออะไร? และคุณจะสร้างสาวกได้อย่างไร?
คุณจะสอนผู้ติดตามพระเยซูให้เชื่อฟังพระบัญชาทั้งหมดของพระองค์ได้อย่างไร?
คุณจะนำคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตในด้านมืดของโลกนี้และช่วยเขาให้เป็นประชากรในอาณาจักรของพระเจ้าได้อย่างไร?
ความหมายของคำว่าสาวกก็คือ ผู้ติดตาม ดังนั้นสาวกคือผู้ติดตามพระเจ้า
พระเยซูตรัสว่า - สิทธิอำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์และในแผ่นดินโลกทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
ฉะนั้น ในอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ของเรา เราเป็นพลเมืองของพระองค์และอยู่ภายใต้น้ำพระทัยของพระองค์ ความปรารถนา พระประสงค์ ความตั้งใจ การจัดลำดับความสำคัญและคุณค่าต่างๆ ของพระองค์เป็นสิ่งสูงสุดและดีที่สุด
พระดำรัสของพระองค์คือพระบัญญัติ ถ้าเช่นนั้น อะไรคือพระบัญญัติของอาณาจักรของพระองค์? พระเยซูตรัสกับประชากรของพระองค์ให้ทำอะไร?
พระเยซูตรัสว่า - จงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน ด้วยสุดความคิดและด้วยสิ้นสุดกำลังของท่าน พระเยซูตรัสว่า - จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
พระเยซูตรัสว่าพระบัญชาของพระเจ้าจากพันธสัญญาเดิม - ไม่ว่าจะเป็นพระบัญญัติในพระธรรมทุกเล่มและจากหนังสือผู้เผยพระวจนะล้วนขึ้นกับพระบัญญัติสองข้อนี้คือ" - จงรักพระเจ้าและจงรักผู้อื่น
พระเยซูตรัสว่า - จงสร้างสาวก
พระเยซูตรัสว่า - สอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่งไว้
เนื่องจากการสร้างสาวกรวมถึงการสอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเยซูทรงบัญชาไว้ - ดังนั้นสิ่งที่พันธสัญญาใหม่ได้สรุปไว้ก็คือ การสร้างสาวก
สาวกคือผู้ติดตามพระเยซู ผู้ซึ่งรักพระเจ้า รักผู้คน และสร้างสาวก
เช่นนั้นแล้ว คริสตจักรคืออะไร?
คุณอาจชินกับการคิดว่าคริสตจักรก็คืออาคารหลังหนึ่ง - ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งที่คุณไป
แต่พระวจนะของพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับคริสตจักรว่าเป็นการรวมตัวกันของผู้คนที่กระทำพันธกิจต่างๆร่วมกัน
คำว่า "คริสตจักร" ถูกใช้ในพระคัมภีร์ในสามแบบแตกต่างกัน
• คริสตจักรสากล - หมายถึงผู้คนที่ติดตามพระเยซูคริสต์ทั้งในอดีต ปัจจุบันและจะติดตามพระองค์ในอนาคต
• คริสตจักรท้องถิ่นหรือพื้นที่ - หมายถึงผู้คนที่ติดตามพระเยซูและอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ของโลกนี้
• คริสตจักรบ้าน - หมายถึงผู้คนที่ติดตามพระเยซูและพบกันในบ้านของใครคนหนึ่งหรือหลายคน
ครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณ - หมายถึงผู้ติดตามพระเยซูผู้ซึ่งรักพระเจ้า รักผู้คน และสร้างสาวก เป็นกลุ่มคนที่มาพบกันในพื้นที่เพื่อรวมตัวกันเป็นคริสตจักรในรูปแบบสุดท้ายนั่นคือ - คริสตจักรบ้านหรือคริสตจักรรูปแบบง่ายๆ
เมื่อคริสตจักรบ้านเหล่านี้มาประสานกันเพื่อทำสิ่งที่ใหญ่กว่า ด้วยการทำร่วมกันแล้วพวกเขาก็สามารถก่อตั้งเป็นคริสตจักรท้องถิ่นหรือคริสตจักรในพื้นที่นั้นได้ คริสตจักรบ้านทั้งหมดประสานกันเป็นเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ และขยายแผ่ออกไปตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรสากล
นั่นคือคริสตจักรที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "ค"
คริสตจักรบ้านเป็นครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่มีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางและเป็นกษัตริย์ของพวกเขา
คริสตจักรบ้านเป็นครอบครัวฝ่ายจิตวิญญาณที่รักพระเจ้า รักผู้อื่นและสร้างสาวกที่จะทวีจำนวน
บางคริสตจักรมีอาคาร มีกิจกรรม งบประมาณและเจ้าหน้าที่
แต่คริสตจักรบ้านไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านั้นเพื่อรักพระเจ้า รักผู้อื่นและสร้างสาวกให้เพิ่มจำนวนทวีคูณ
และเนื่องจากสิ่งใดก็ตามที่เพิ่มเข้ามาย่อมทำให้คริสตจักรซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและยากขึ้นในการทวีจำนวน การฝึกอบรมของเราจึงละสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เช่น อาคาร กิจกรรม งบประมาณ และเจ้าหน้าที่เอาไว้ให้เป็นหน้าที่ของคริสตจักรท้องถิ่นหรือคริสตจักรพื้นที่ได้เป็นผู้สร้างขึ้นมาซึ่งก็มาจากการทวีจำนวนของคริสตจักรบ้านนั่นเอง
โปรดจำว่า "ซูเม่" หมายถึง "ยีสต์" - สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่แพร่ขยายได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยการอบรมซูเม่ - เราจะเป็นเหมือนยีสต์นั้น - เรียบง่ายและเพิ่มจำนวนอย่างทวีคูณ แต่ก่อนที่เราจะเริ่มการเพิ่มจำนวนอย่างทวีคูณ - เราต้องทำให้แน่ใจเสียก่อนว่าพระเจ้าต้องการเพิ่มจำนวนสิ่งใด การเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณนั้นอาจเป็นเรื่องดี แต่ไม่เสมอไป
มะเร็งคือการเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณ แต่นำไปสู่ความตาย
เราจะสร้างชีวิตใหม่และไม่ใช่ความตายได้อย่างไร? และเราแน่ใจได้อย่างไรว่าเราเป็นสาวกที่มีคุณค่าแก่การสร้างชีวิตใหม่?
หารือ
(10 min)
- เมื่อคุณคิดถึงคริสตจักร คุณนึกถึงอะไร?
- อะไรคือความแตกต่างระหว่างภาพนั้นกับสิ่งที่บรรยายไว้ในวิดีโอว่าเป็น “คริสตจักรเรียบง่าย” คืออะไร?
- คุณคิดว่าวิธีไหนจะทวีคูณได้ง่ายกว่ากัน และทำไม?
READ
(5 min)
การได้ยินและเชื่อฟังพระเจ้า
ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่การอบรมซูเม่
ในบทเรียนนี้ เราจะคุยกันถึงการได้ยินเสียงจากพระเจ้าและเชื่อฟังในสิ่งที่เราได้ยิน
การหายใจคือชีวิต เราหายใจเข้า เราหายใจออก ชีวิต
ในอาณาจักรของพระเจ้าการหายใจก็สำคัญเช่นกัน
ที่จริงแล้ว พระเจ้าทรงเรียกพระวิญญาณของพระองค์ว่า "ลมหายใจ"
ในอาณาจักรของพระเจ้า เราหายใจ เข้า เมื่อเราได้ยินจากพระเจ้า
- เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านพระวจนะของพระองค์ - จากพระคัมภีร์
- เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านการอธิษฐาน ซึ่งเป็นการสนทนาของเรา กับพระองค์
- เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านพระกายของพระองค์ - คือคริสตจักร ผู้ติดตามพระเยซูคนอื่น ๆ
- เราหายใจเข้าเมื่อเราได้ยินจากพระเจ้าผ่านพระราชกิจของพระองค์ - คือเหตุการณ์ต่างๆ ประสบการณ์และบางครั้งผ่านการข่มเหงและความทุกข์ยากที่พระองค์ทรงอนุญาต ให้ลูก ๆ ของพระองค์เผชิญกับมัน
ในอาณาจักรของพระเจ้าเราหายใจออกเมื่อเราลงมือทำในสิ่งที่เราได้ยินจากพระเจ้า เราหายใจออกเมื่อเราเชื่อฟัง
บางครั้งการหายใจออกเพื่อเชื่อฟังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความคิด คำพูด การกระทำเพื่อให้สอดคล้องกับพระเยซูและพระประสงค์ของพระองค์
บางครั้งการหายใจออกเพื่อเชื่อฟังหมายถึงการหยิบยื่นสิ่งที่พระเยซูทรงหยิบยื่นให้กับเรา - ให้ในสิ่งที่พระองค์ให้กับเรา - เพื่อผู้อื่นจะสามารถรับพระพรได้เช่นเดียวกับที่พระเจ้ากำลังอวยพระพรเรา
สำหรับผู้ติดตามพระเยซู - การหายใจเข้าและการหายใจออกคือหัวใจสำคัญ คือชีวิตของเราเองทีเดียว
พระเยซูตรัสว่า - พระบุตรไม่อาจทำสิ่งใดโดยลำพังพระองค์เอง พระองค์สามารถทำได้แต่เพียงสิ่งที่เห็นพระบิดาของพระองค์ทรงกระทำ เพราะพระบิดาทรงกระทำสิ่งใด พระบุตรก็กระทำสิ่งนั้นด้วย
พระเยซูตรัสว่า - เพราะเราไม่ได้พูดตามใจของเราเอง แต่พระบิดาผู้ทรงส่งเรามาได้ทรงบัญชาเราว่าจะพูดอะไรและพูดอย่างไร
พระเยซูตรัสว่าทุกคำที่พระองค์ตรัสและงานทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำสำเร็จนั้นล้วนมาจากการได้ยินจากพระเจ้าและเชื่อฟังพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน
หายใจเข้า - ได้ยินจากพระเจ้า
หายใจออก - เชื่อฟังในสิ่งที่คุณได้ยินและบอกเล่าสิ่งนี้ให้ผู้อื่นฟัง
พระเยซูตรัสว่าผู้ติดตามพระองค์จะได้ยินจากพระเจ้าด้วย โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ - ลมหายใจของพระองค์ จะถูกระบายเข้าในเราทุกคนที่ติดตามพระองค์
พระเยซูตรัสว่า - แต่องค์ที่ปรึกษาคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงส่งมาในนามของเราจะทรงสอนสิ่งทั้งปวงแก่พวกท่าน และจะให้พวกท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เรา ได้กล่าวกับพวกท่าน
หายใจเข้า - ได้ยินจากพระเจ้า
หายใจออก - เชื่อฟังในสิ่งที่คุณได้ยินและบอกเล่าสิ่งนี้ให้ผู้อื่นฟัง
พระเยซูทรงสำแดงให้เราเห็นว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร
แล้วเราได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าได้อย่างไร? เรารู้ได้อย่างไรว่าจะเชื่อฟังสิ่งใด?
พระเยซูทรงเรียกพระองค์เองว่า "ผู้เลี้ยงที่ดี" พระเยซูทรงเรียกผู้ติดตามพระองค์ว่า "แกะ" ของพระองค์
พระเยซูตรัสว่า - แกะของเราฟังเสียงของเรา เรารู้จักแกะนั้นและแกะนั้นตามเรา
พระเยซูตรัสว่า - ผู้ที่เป็นคนของพระเจ้าย่อมรับฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัส เหตุที่พวกท่านไม่ยอมรับฟังก็เพราะพวกท่านไม่ได้เป็นของพระเจ้า
ในฐานะผู้ติดตามพระเยซู เราต้องตั้งมั่นที่จะได้ยินเสียงของพระองค์
เราได้ยินเสียงของพระองค์ได้ด้วยการสงบนิ่ง
เราได้ยินเสียงของพระองค์ได้ด้วยการมุ่งเน้นความสนใจไปที่พระเยซู
เราได้ยินเสียงของพระองค์ได้ในความคิดต่าง ๆ ในนิมิต ในความรู้สึกและสิ่งที่ประทับใจเรา
เราได้ยินเสียงของพระองค์เมื่อเราจดบันทึกลงไปและทดสอบสิ่งที่เราได้ยิน
ไม่ใช่ทุกเสียง ไม่ใช่ทุกความคิด ไม่ใช่ทุกนิมิต ทุกความรู้สึกหรือทุกความประทับใจ จะเป็นเสียงของพระเจ้า
บางครั้งมันเป็นเสียงของศัตรู พระเยซูตรัสว่า ศัตรูของเราคือการโกหกและบิดาของการโกหก พระเยซูตรัสว่าศัตรูของเรามาเพื่อลัก ฆ่าและทำลาย!
แต่พระเจ้าตรัสว่าเราจะได้ยินเสียงจากพระองค์และเราจะรู้ว่านั่นคือพระองค์ เมื่อพระองค์ตรัส
ด้วยการฝึกฝนและการอธิษฐาน เราจะรู้จักพระสุรเสียงของพระเจ้าได้ดีขึ้น เราสามารถเรียนรู้แยกแยะได้ว่าเสียงที่เราได้ยินนั้นมาจากพระเจ้าหรือเป็นเสียงอื่น
มีวิธีที่เราจะทดสอบสิ่งที่เราได้ยิน
- เมื่อพระเยซูตรัส - เสียงของพระองค์จะสอดคล้องกับพระวจนะของพระองค์ ที่บันทึกไว้แล้วเสมอ - พระคัมภีร์นั่นเอง พระคัมภีร์บอกเราไว้แล้ว เสียงตรัสของพระองค์จะไม่มีวันขัดแย้งกับเสียงของพระองค์ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์
- เมื่อพระเยซูตรัส - พระสุรเสียงของพระองค์จะทำให้หัวใจเรารู้สึกถึงความหวัง และสันติสุข เสียงของพระองค์จะไม่ทำให้เรารู้สึกถูกประนามหรือเสียกำลังใจ พระเยซูทรงแก้ไขตักเตือนเราด้วยความรัก
- เสียงของพระเยซูจะไม่แสดงออกถึงการทำงานของเนื้อหนัง - ไม่ว่าจะเป็นการผิดศีลธรรมทางเพศ ความไม่บริสุทธิ์ และการลามก การกราบไหว้รูปเคารพ การใช้คาถาอาคม ความเกลียดชัง ความบาดหมาง ความริษยาหึงหวง ความโมโหโทโส ความทะเยอทะยานอย่างเห็นแก่ตัว การไม่ลงรอยกัน การแบ่งพรรคแบ่งพวก และการอิจฉากัน การเมามาย การมั่วสุมเสพสุราและกาม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พระสุรเสียงของพระเจ้า
- เมื่อพระเยซูตรัส - พระสุรเสียงของพระองค์จะสำแดงผลแห่งพระวิญญาณ - นั่นคือ ความรัก ความชื่นชมยินดี สันติสุข ความอดทน ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนโยนและการควบคุมตนเอง
- เมื่อพระเยซูตรัส - พระสุรเสียงของพระองค์ให้ความรู้สึก ที่มั่นใจกับเราไม่ใช่ความสงสัย เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกและสันติสุขจากสิ่งที่เรากำลังได้ยินจากพระเจ้า เราอาจจะไม่ได้ยินทุกอย่างในครั้งเดียว เราอาจจะได้ยินเพียงส่วนหนึ่งที่เราควรรู้ แต่สิ่งที่เราได้ยินจะมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ผันแปร
ข่าวดีสำหรับผู้ติดตามพระเยซูทุกคนก็คือ เมื่อเราหายใจเข้า และได้ยินจากพระเจ้า เมื่อเราหายใจออกและเชื่อฟังในสิ่งที่เราได้ยิน และเล่าให้ผู้อื่นฟังถึงสิ่งที่เราได้ยิน - พระเจ้าจะทรงตรัสชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
พระองค์จะระบายลมหายใจผ่านเรามากยิ่งกว่าเดิม
เราจะได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
เราจะรู้จักพระสุรเสียงของพระองค์และไม่ใช่เสียงอื่น
เราจะได้เห็นพระราชกิจของพระองค์ในโลกนี้ มีโอกาสได้ช่วยและได้ทำงานกับพระองค์
เราหายใจเข้า เราหายใจออก มีชีวิต
หารือ
(10 min)
- เหตุใดการเรียนรู้ที่จะได้ยินและจดจำเสียงของพระเจ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ?
- การได้ยินและการตอบสนองต่อพระเจ้าเหมือนกับการหายใจจริงไหม ทำไมจริงหรือทำไมไม่? จริง
READ
(5 min)
การอ่านพระคัมภีร์แบบ S.O.A.P.S.
ชุดเครื่องมือ Zume การศึกษาพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. พระเยซูตรัสว่า-- "จงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ ..." ถ้าสาวกพระเยซูทุกคนจะเชื่อฟัง ทุกสิ่งที่พระเยซูสั่ง พวกเขาก็ต้องรู้ว่าพระเยซูสั่งอะไร พระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา เป็นบทสรุปที่สำคัญของสิ่งที่พระเจ้าต้องการบอกเรา แต่ถ้าสาวกจะเติบโตเต็มขนาด ของสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างพวกเขาให้เป็น พวกเขาจะต้องรู้และเชื่อฟังมากยิ่งขึ้นไปอีก S.O.A.P.S. ย่อมาจาก: พระคัมภีร์ การสังเกต การนำไปใช้ การอธิษฐาน และการแบ่งปัน ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้แบบง่าย ๆ และจดจำวิธีการศึกษาพระคัมภีร์อย่างได้ผล ซึ่งสาวกพระเยซูทุกคนสามารถใช้ได้ ให้เรามาดูแต่ละส่วนเพิ่มเติม เมื่อคุณอ่านหรือฟังพระคัมภีร์: พระคัมภีร์: เขียนข้อพระคัมภีร์สักหนึ่งข้อหรือมากกว่า ที่มีความหมายกับคุณโดยเฉพาะในวันนี้ การสังเกต: เขียนข้อพระคัมภีร์หรือประเด็นสำคัญจากพระคัมภีร์เหล่านั้นใหม่ ด้วยคำพูดของคุณเองเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น การนำไปใช้: ลองคิดถึงความหมาย ที่จะเชื่อฟังบัญญัติหรือแนวคิดเหล่านี้ในชีวิตของคุณเอง คุณจะต้องทำอะไรแตกต่างออกไป? เขียนสิ่งเหล่านี้ลงไป การอธิษฐาน: เขียนคำอธิษฐานที่บอกพระเจ้าถึงสิ่งที่คุณอ่านในพระวจนะของพระองค์ และคุณเข้าใจอะไรเกี่ยวกับการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ และนำสิ่งที่คุณเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การแบ่งปัน: ทูลถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันกับใคร เกี่ยวกับสิ่งที่คุณได้เรียนรู้และวิธีที่คุณนำไปใช้ ให้เรามาลองใช้ S.O.A.P.S.กัน: พระคัมภีร์ : พระคัมภีร์กล่าวว่า: เพราะความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของเจ้า และทางของพวกเจ้าก็ไม่ใช่ทางของเรา" พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกอย่างไร ทางของเราก็สูงกว่าทางของพวกเจ้า และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าอย่างนั้น" อิสยาห์ 55:8-9 การสังเกต- ในฐานะมนุษย์ ฉันก็มีข้อจำกัดในสิ่งที่ฉันรู้ และวิธีทำที่ฉันรู้ พระเจ้าไม่มีข้อจำกัดในทางใดๆ พระองค์เห็นและรู้ทุกสิ่ง พระองค์สามารถทำทุกสิ่ง การนำไปใช้ - เนื่องจากพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งและหนทางของพระองค์ดีที่สุด ฉันจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้นหากฉันติดตามพระองค์ แทนที่จะพึ่งพาการทำสิ่งต่างๆ ด้วยวิธีของฉัน การอธิษฐาน- พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตที่ดีได้อย่างไร ที่ทำให้พระองค์พอพระทัยและช่วยเหลือผู้อื่น การกระทำของข้าพระองค์นำไปสู่ความผิดพลาด ความคิดของข้าพระองค์นำไปสู่ความเจ็บปวด ขอพระองค์ได้โปรดสอนหนทางและความคิดของพระองค์แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงนำทางข้าพระองค์เมื่อข้าพระองค์เดินตามพระองค์ การแบ่งปัน - ฉันจะแบ่งปันข้อพระคัมภีร์เหล่านี้และการประยุกต์ใช้กับสตีฟเพื่อนของฉัน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และต้องการการชี้แนะสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญที่เขากำลังเผชิญอยู่ การศึกษาพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. หนึ่งในเครื่องมือที่เรียบง่ายใน ชุดเครื่องมือ Zume
กิจกรรม
(30 min)
การศึกษาพระคัมภีร์ SOAPS
สแกนรหัส QR
ทำงานเป็นรายบุคคลผ่านรูปแบบการศึกษาพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. โดยใช้มัทธิว 6:9-13 (20 นาที)
กลับมาร่วมกันและแบ่งปัน S.O.A.P.S. ของคุณในกลุ่ม 2 หรือ 3 คน (10 นาที)
**เนื้อหา: **
พระคัมภีร์
เขียนข้อพระคัมภีร์หนึ่งข้อหรือมากกว่านั้นที่มีความหมายต่อคุณเป็นพิเศษในวันนี้
การสังเกต
เขียนข้อหรือประเด็นสำคัญเหล่านั้นใหม่ด้วยคำพูดของคุณเองเพื่อให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
การนำไปใช้
ลองคิดดูว่าการเชื่อฟังคำสั่งเหล่านี้ในชีวิตของคุณหมายความว่าอย่างไร
การอธิษฐาน
เขียนคำอธิษฐานบอกพระเจ้าถึงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้และวิธีที่คุณวางแผนที่จะเชื่อฟัง
การแบ่งปัน
ถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้คุณแบ่งปันสิ่งที่คุณได้เรียนรู้/นำไปประยุกต์ใช้กับใคร
นี่คือตัวอย่างของ S.O.A.P.S. ในการทำงานของ:
S - "เพราะความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของเจ้าและทางของพวกเจ้าก็ไม่ใช่ทางของเรา" พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกอย่างไร ทางของเราก็สูงกว่าทางของพวกเจ้าและความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าอย่างนั้น" อิสยาห์ 55:8-9
O - ในฐานะมนุษย์ ฉันมีข้อจำกัดในสิ่งที่รู้และสิ่งที่ทำได้ พระเจ้าไม่มีข้อจำกัดใด ๆ พระองค์ทรงเห็นและทรงรู้ทุกสิ่ง พระองค์ทรงทำทุกสิ่งได้
A - เนื่องจากพระเจ้าทรงทราบทุกสิ่งและหนทางของพระองค์ดีที่สุด ฉันจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่ามากหากฉันติดตามพระองค์แทนที่จะพึ่งพาวิธีการทำสิ่งต่างๆ ของตัวเอง
P - พระเจ้า ข้าพระองค์ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตที่ดีเพื่อให้พระองค์พอพระทัยและช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไร วิถีทางของข้าพระองค์นำไปสู่ความผิดพลาด ความคิดของข้าพระองค์นำไปสู่ความเจ็บปวด โปรดสอนข้าพระองค์เกี่ยวกับวิถีทางและความคิดของพระองค์แทน ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำข้าพระองค์ขณะที่ข้าพระองค์เดินตามพระองค์
S - ฉันจะแบ่งปันข้อพระคัมภีร์เหล่านี้และการประยุกต์ใช้กับสตีฟ เพื่อนของฉัน ที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และต้องการคำแนะนำสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญที่เขาต้องเผชิญ
READ
(5 min)
กลุ่มความรับผิดชอบ
ชุดเครื่องมือ Zume กลุ่มความรับผิดชอบ พระเยซูตรัสว่า- "คนที่ได้รับมาก จะต้องเรียกเอาจากคนนั้นมาก และคนที่ได้รับฝากไว้มาก ก็จะต้องทวงเอาจากคนนั้นมาก" พระเยซูทรงแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับความรับผิดชอบหลายเรื่อง และบอกความจริงหลายประการแก่เราว่าเราจะต้องรับผิดชอบอย่างไร สำหรับสิ่งที่เราทำและพูด พระเยซูทรงบอกเราถึงเรื่องเหล่านี้ตอนนี้ เพื่อเราจะได้พร้อมในภายหลัง และเพราะเราจะต้องรับผิดชอบต่อพระองค์สักวันหนึ่ง การฝึกรับผิดชอบต่อกันและกันตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี กลุ่มความรับผิดชอบประกอบด้วยบุคคลสองหรือสามคนที่เป็นเพศเดียวกัน ผู้ชายกับผู้ชาย ผู้หญิงกับผู้หญิง - ซึ่งจะพบกันสัปดาห์ละครั้งเพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับชุดคำถาม ที่ช่วยเปิดเผยด้านที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างถูกต้อง และด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องแก้ไข สาวกทุกคนของพระเยซูจะต้องรับผิดชอบ ดังนั้น สาวกพระเยซูทุกคนควรแสดงความรับผิดชอบต่อผู้อื่น กลุ่มความรับผิดชอบ อีกหนึ่งเครื่องมือที่เรียบง่ายในชุดเครื่องมือ Zume
กิจกรรม
(20 min)
กลุ่มความรับผิดชอบ
สแกนรหัส QR
แบ่งกลุ่มคนออกเป็นกลุ่มละสองหรือสามคนที่เพศเดียวกัน
ใช้เวลา 20 นาทีถัดไปในการทำงานร่วมกันผ่านคำถามเรื่องความรับผิดชอบ
เนื้อหา:
- คุณเคยเห็นพระเจ้าทรงทำงานอย่างไร?
- สัปดาห์นี้ คุณได้เป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่ของพระเยซูคริสต์ทั้งคำพูดและการกระทำของคุณหรือไม่?
- คุณเคยสัมผัสกับสื่อที่เย้ายวนทางเพศหรือปล่อยให้จิตใจของคุณให้คิดเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสมหรือไม่?
- คุณยอมรับความเป็นเจ้าของของพระเจ้าในการใช้เงินของคุณหรือไม่?
- คุณเคยโลภสิ่งใดบ้างไหม?
- คุณเคยทำให้ชื่อเสียงหรือความรู้สึกของใครเสียหายด้วยคำพูดของคุณหรือเปล่า?
- คุณเคยมีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ทั้งคำพูดและการกระทำหรือพูดเกินจริงหรือไม่?
- คุณได้ยอมให้มีพฤติกรรมเสพติด (หรือขี้เกียจ หรือไม่มีวินัย) หรือไม่?
- คุณเคยเป็นทาสของเสื้อผ้า เพื่อนฝูง การทำงาน หรือทรัพย์สินหรือไม่?
- คุณเคยล้มเหลวในการให้อภัยใครบ้างไหม?
- คุณกำลังเผชิญความกังวลหรือความวิตกกังวลเรื่องใดบ้าง?
- คุณเคยบ่นหรือบ่นอะไรบ้าง?
- คุณรักษาจิตใจให้มีความขอบคุณแล้วหรือยัง?
- คุณให้เกียรติ เข้าใจ และเอื้อเฟื้อในความสัมพันธ์ที่สำคัญของคุณบ้างหรือไม่?
- คุณเคยเผชิญกับสิ่งล่อใจในความคิด คำพูด หรือการกระทำใดบ้าง และคุณตอบสนองอย่างไร?
- คุณใช้โอกาสในการรับใช้หรืออวยพรผู้อื่นโดยเฉพาะผู้เชื่ออย่างไร?
- คุณเคยเห็นคำตอบที่เฉพาะเจาะจงต่อคำอธิษฐานหรือไม่?
ทบทวน
(1 min)
แนวคิดที่ได้ยินในส่วนนี้:
เครื่องมือที่ได้ยินในส่วนนี้:
- พระเจ้าทรงใช้คนธรรมดา
- คำจำกัดความง่าย ๆ ของสาวกและคริสตจักร
- การหายใจฝ่ายวิญญาณคือการได้ยินและเชื่อฟังพระเจ้า
- การอ่านพระคัมภีร์แบบ S.O.A.P.S.
- กลุ่มความรับผิดชอบ
NEXT STEP
เชื่อฟัง
เริ่มฝึกอ่านพระคัมภีร์ S.O.A.P.S. ระหว่างนี้จนถึงการประชุมครั้งหน้า เน้นที่มัทธิว 5-7 อ่านอย่างน้อยวันละครั้ง จดบันทึกประจำวันโดยใช้รูปแบบ S.O.A.P.S.
แบ่งปัน
ค้นหาคู่รับผิดชอบ (เพศเดียวกัน) และเริ่มพบปะกับเขาเป็นประจำทุกสัปดาห์